EN
26 Jun 2026

Private PPA คืออะไร? ทำไมถึงตอบโจทย์ทางเลือกใหม่ของโซลาร์ภาคธุรกิจที่ต้องการลดภาระการลงทุนเริ่มต้น

Private PPA คืออะไร? ทำไมถึงตอบโจทย์ทางเลือกใหม่ของโซลาร์ภาคธุรกิจที่ต้องการลดภาระการลงทุนเริ่มต้น

ในช่วงที่ต้นทุนค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายธุรกิจจึงเริ่มมองหาวิธีลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดย "พลังงานแสงอาทิตย์" กลายเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังลังเลกับการลงทุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ด้วยตนเอง เนื่องจากต้องใช้งบประมาณเริ่มต้นสูง รวมถึงมีความกังวลเรื่องการดูแลรักษาและความรับผิดชอบหากระบบเกิดปัญหา

ด้วยเหตุนี้ Private PPA (Private Power Purchase Agreement) จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ธุรกิจ เพราะช่วยให้องค์กรสามารถใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้โดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งระบบเองตั้งแต่แรก ผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบการออกแบบ ติดตั้ง ดูแล และบำรุงรักษาระบบทั้งหมด ขณะที่ผู้ใช้เพียงชำระค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ตามอัตราที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ซึ่งช่วยลดภาระการลงทุน (CAPEX) และบริหารต้นทุนพลังงานได้ในระยะยาว

ปัจจุบัน Private PPA ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารพาณิชย์ และองค์กรที่มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง

ในบทความนี้ CHOW ENERGY จะพาคุณทำความเข้าใจว่า Private PPA คืออะไร มีข้อดีอย่างไร เหมาะกับธุรกิจประเภทใด และเหตุใดจึงเป็นทางเลือกสำคัญในการบริหารต้นทุนพลังงานของธุรกิจยุคใหม่

 

 

 

 

ทำความรู้จัก Private PPA คืออะไร? (Private Power Purchase Agreement)

Private Power Purchase Agreement

Private PPA หรือ Private Power Purchase Agreement คือรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านพลังงานกับลูกค้าองค์กร โดยผู้ให้บริการเป็นผู้ลงทุน ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบ Solar ให้กับธุรกิจ ภายใต้เงื่อนไขสัญญาที่ตกลงร่วมกัน

องค์กรสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากระบบ Solar ในอัตราค่าไฟตามที่กำหนดในสัญญา โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนค่าติดตั้งระบบล่วงหน้า และมีผู้เชี่ยวชาญดูแลระบบตลอดระยะเวลาสัญญา

โดยทั่วไป Private PPA มักมีระยะเวลาสัญญาระยะยาวประมาณ 10–20 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดโครงการ รูปแบบการใช้พลังงาน และเงื่อนไขของแต่ละองค์กร ทั้งนี้ เงื่อนไขด้านกรรมสิทธิ์ของระบบหลังสิ้นสุดสัญญา จะเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญา

สำหรับธุรกิจที่มีค่าไฟฟ้ารายเดือนสูง และต้องการบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาว  บริการติดตั้ง Solar PPA สำหรับโรงงาน ของ CHOW ENERGY ถือเป็นคำตอบที่ตรงที่สุด เพราะทุกอย่างถูกออกแบบมาให้ได้ประโยชน์ทันที ไม่มีต้นทุนแฝง

 

 

Private PPA กับ PPA ทั่วไป ต่างกันอย่างไร?

 

สัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA คือข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ซื้อ โดยมีอยู่ 2 รูปแบบหลักที่ต้องรู้จัก ได้แก่ PPA และ Private PPA ซึ่งแตกต่างกันทั้งในแง่ของคู่สัญญา ขนาดโครงการ และวัตถุประสงค์

PPA หรือ Power Purchase Agreement คือสัญญาระยะยาวที่ระบุปริมาณไฟฟ้าที่จะซื้อขาย ราคา และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยในระดับประเทศ รัฐจะเป็นผู้ซื้อจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ แต่สำหรับภาคธุรกิจ PPA Solar ในรูปแบบ Private จะเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนซื้อขายไฟฟ้ากันเองได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งพาการไฟฟ้าเป็นตัวกลาง

 

ประเด็น

Utility / Traditional PPA 

Private PPA 

ลักษณะโครงการ 

โครงการผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่เชื่อมต่อระบบสายส่ง 

ระบบผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ภายในองค์กร 

คู่สัญญา 

ผู้ผลิตไฟฟ้ากับภาครัฐ/หน่วยงานรับซื้อไฟ 

บริษัทพลังงานกับภาคธุรกิจเอกชน 

พื้นที่ติดตั้ง 

Solar Farm หรือโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 

หลังคาโรงงาน อาคาร คลังสินค้า หรือพื้นที่องค์กร 

ผู้ใช้ไฟฟ้า 

จำหน่ายไฟเข้าสู่ระบบสายส่ง  

องค์กรใช้ไฟฟ้าโดยตรงภายในพื้นที่ 

รูปแบบการลงทุน 

ผู้พัฒนาโครงการลงทุนตามเงื่อนไขโครงการ 

ผู้พัฒนาโครงการลงทุนและดูแลระบบภายใต้สัญญา Private PPA 

การดูแลระบบ 

ผู้พัฒนาโครงการบริหารโรงไฟฟ้า 

ผู้ให้บริการดูแลระบบและบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา 

เหมาะสำหรับ 

โครงการผลิตไฟฟ้าระดับ Utility Scale 

ธุรกิจที่ต้องการบริหารต้นทุนพลังงานระยะยาว 

 

โดยสรุป PPA คือสัญญาระดับมหภาคที่ช่วยสร้างระบบพลังงานของประเทศ ส่วน Private PPA คือเครื่องมือที่ภาคธุรกิจใช้ลดต้นทุนพลังงานของตัวเองได้โดยตรง ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มโรงงานผลิตและห้างสรรพสินค้าขนาดกลาง-ใหญ่ทั่วประเทศไทย

 

4 รูปแบบการติดตั้งโซลาร์ที่สามารถดำเนินโครงการภายใต้ Private PPA ได้

หลายคนอาจคิดว่า Private PPA ใช้ได้เฉพาะกับโรงงานที่มีหลังคากว้าง แต่ความเป็นจริงคือ CHOW ENERGY มีรูปแบบการติดตั้งถึง 4 แบบ ครอบคลุมทุกลักษณะพื้นที่และประเภทธุรกิจ มาดูกันว่าแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

1. Solar Rooftop โซลาร์บนหลังคา

Solar Rooftop หรือการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา คือรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดและพิสูจน์แล้วว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับโรงงานผลิต คลังสินค้า และอาคารสำนักงาน เพราะหลังคาที่แผ่กว้างและรับแสงได้ตลอดวันคือพื้นที่ว่างที่ถูกทิ้งไว้โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์

Solar Rooftop เหมาะกับ: โรงงานผลิตขนาดกลาง-ใหญ่, คลังสินค้าโลจิสติกส์, อาคารสำนักงาน, ศูนย์กระจายสินค้า ที่มีหลังคาพื้นที่ขนาดใหญ่และไม่มีสิ่งกีดขวางทิศทางแสงอาทิตย์

 

 

2. Ground-Mounted Solar ระบบโซลาร์ภาคพื้นดินสำหรับพื้นที่องค์กร

สำหรับโรงงาน นิคมอุตสาหกรรม หรือองค์กรที่มีพื้นที่ดินว่างภายในโครงการ Ground-Mounted Solar เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการพัฒนาระบบพลังงานแสงอาทิตย์ โดยสามารถออกแบบตำแหน่ง ทิศทาง และมุมติดตั้งของแผงให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และรูปแบบการใช้พลังงานขององค์กร

ระบบลักษณะนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่มีพื้นที่หลังคาจำกัด หรือมีความต้องการใช้พลังงานในปริมาณสูง โดยต้องประเมินร่วมกับปัจจัยด้านพื้นที่ การเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย และข้อกำหนดด้านการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง

เหมาะกับ: โรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า หรือองค์กรที่มีพื้นที่ดินว่างภายในโครงการ และต้องการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดเพื่อใช้ภายในองค์กรในระยะยาว.

 

 

3. Floating Solar ระบบโซลาร์ลอยน้ำ

Floating Solar หรือระบบโซลาร์ลอยน้ำ เป็นทางเลือกสำหรับโรงงานหรือองค์กรที่มีบ่อกักเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำ หรือพื้นที่ผิวน้ำภายในโครงการที่มีความเหมาะสมต่อการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์

ระบบลักษณะนี้ช่วยเพิ่มประโยชน์จากพื้นที่ผิวน้ำ ลดการใช้พื้นที่ดินหรือหลังคา และอาจช่วยลดการระเหยของน้ำบางส่วน ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของระบบขึ้นอยู่กับการออกแบบ สภาพแวดล้อม คุณภาพอุปกรณ์ และการดูแลระบบในระยะยาว

เหมาะกับ: โรงงานอุตสาหกรรม โรงงานอาหารและเครื่องดื่ม โรงงานที่มีบ่อกักเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำ หรือองค์กรที่มีพื้นที่ผิวน้ำภายในโครงการ และต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์ด้านพลังงานสะอาดในระยะยาว.

 

 

4. Solar Carport ระบบโซลาร์หลังคาที่จอดรถ

Solar Carport คือระบบโซลาร์ที่ติดตั้งบนโครงสร้างหลังคาที่จอดรถ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์สำหรับใช้งานภายในองค์กร พร้อมเพิ่มร่มเงาให้พื้นที่จอดรถ และช่วยยกระดับการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น

ระบบลักษณะนี้เหมาะสำหรับองค์กรที่มีพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ และต้องการเพิ่มแหล่งผลิตพลังงานสะอาดโดยไม่กระทบพื้นที่ใช้งานหลักของอาคารหรือโรงงาน ทั้งนี้ การออกแบบระบบควรพิจารณาร่วมกับโครงสร้างพื้นที่ การใช้งานจริง และข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

เหมาะกับ: โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล ศูนย์การค้า สถาบันการศึกษา และองค์กรที่มีพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่

 

 

เปรียบเทียบ Private PPA กับการลงทุนเอง (EPC) แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

ถ้าจะตอบสั้น ๆ คือ "ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางธุรกิจ" แต่สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ที่ต้องการประหยัดค่าไฟโดยไม่อยากแบกรับความเสี่ยงด้านเงินลงทุน Private PPA มักให้คำตอบที่ตอบโจทย์กว่าการลงทุนติดตั้งเอง (EPC) อย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นเปรียบเทียบ

Private PPA

EPC (ลงทุนเอง)

เงินลงทุนเริ่มต้น

ไม่ต้องลงทุนเริ่มต้น 

หลายล้านถึงหลายสิบล้านบาท

ความเสี่ยงด้านอุปกรณ์

บริษัทผู้ติดตั้งโซล่าร์ฯ รับผิดชอบ

เจ้าของต้องรับผิดชอบเอง

การดูแลบำรุงรักษา

ฟรี ตลอดอายุสัญญา

ต้องจ้างทีมหรือทำเอง

ประหยัดค่าไฟ

ได้ทันทีตั้งแต่วันแรก

ได้มากกว่าหลังจากคืนทุนแล้ว

 (5-8 ปี)

ความเป็นเจ้าของระบบ

โอนให้เมื่อสิ้นสุดสัญญา

เป็นเจ้าของทันทีตั้งแต่ต้น

เหมาะกับ

องค์กรที่ต้องการรักษาสภาพคล่องและลด CAPEX 

องค์กรที่ต้องการลงทุนและถือครองสินทรัพย์ระยะยาว 

 

 

ข้อดีของ Private PPA สำหรับภาคธุรกิจ

 

  • ไม่ต้องลงทุนระบบเอง (ลด CAPEX): เริ่มใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้ทันที โดยไม่ต้องลงทุนติดตั้งระบบตั้งแต่แรก ช่วยรักษาสภาพคล่องและนำเงินไปต่อยอดธุรกิจได้
  • ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูแลระบบ: ผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบการตรวจสอบ ดูแล และบำรุงรักษาระบบตามสัญญา ทำให้ธุรกิจสามารถโฟกัสกับงานหลักได้เต็มที่
  • ช่วยควบคุมต้นทุนค่าไฟในระยะยาว: ใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในอัตราที่ตกลงกันล่วงหน้า ช่วยลดความเสี่ยงจากค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต
  • มีบริการ Operation & Maintenance (O&M): ครอบคลุมการตรวจสอบ บำรุงรักษา และติดตามประสิทธิภาพของระบบ เพื่อให้ผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญา
  • สนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG และ Net Zero: ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเสริมภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืน
  • บริการครบวงจร (One-Stop Service): ตั้งแต่สำรวจพื้นที่ ออกแบบ ขออนุญาต ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบหลังเริ่มใช้งาน
  • เงื่อนไขสัญญาปรับให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ: สามารถออกแบบระยะเวลาสัญญาและรูปแบบการถือครองระบบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละองค์กร

 

ธุรกิจแบบไหนที่เหมาะกับระบบ Private PPA?

แม้ระบบ Private PPA จะไม่ได้เหมาะกับทุกองค์กร
แต่สำหรับธุรกิจที่มีลักษณะการใช้พลังงานและเงื่อนไขด้านพื้นที่ที่เหมาะสม ระบบดังกล่าวสามารถช่วยบริหารต้นทุนพลังงานในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ธุรกิจที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันเป็นหลัก

เช่น โรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์ข้อมูล
ซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันต่อเนื่อง และสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ระบบ Solar สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ธุรกิจที่มีพื้นที่เหมาะสมสำหรับติดตั้งระบบ

ไม่ว่าจะเป็นหลังคาโรงงาน พื้นที่ดินเปล่า พื้นที่จอดรถ หรือแหล่งน้ำภายในโรงงาน
หลายพื้นที่สามารถพัฒนาเป็นระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้านวิศวกรรมและโครงสร้างของแต่ละโครงการ

ทีมวิศวกรของ CHOW ENERGY  สามารถเข้าสำรวจและประเมินความเหมาะสมเบื้องต้นสำหรับแต่ละองค์กรได้

3. ธุรกิจที่มีแผนดำเนินงานระยะยาว

เนื่องจาก Private PPA เป็นรูปแบบสัญญาระยะยาว องค์กรที่มีแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่องและต้องการบริหารต้นทุนพลังงานอย่างมั่นคง มักเป็นกลุ่มที่เหมาะกับรูปแบบบริการดังกล่าว

 

 

ทำไมความมั่นคงของผู้ให้สัญญาคือหัวใจสำคัญของการทำ Private PPA?

สิ่งที่ธุรกิจหลายแห่งอาจมองข้ามเมื่อตัดสินใจทำ Private PPA คือ ความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของบริษัทโซล่าฯ ที่จะเป็นพาร์ทเนอร์กับคุณไปตลอด 10–20 ปี เพราะถ้าวันหนึ่งบริษัทนั้นล้มหรือหายไป การดูแลระบบที่อยู่บนหลังคาโรงงานหรือพื้นที่ต่าง ๆ ของคุณจะยุ่งยากทันที

นี่คือเหตุผลที่ต้องเลือกพาร์ทเนอร์ที่ "ไม่หายไปไหน" อย่างแน่นอน

CHOW ENERGY  ดำเนินธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มานานกว่า 10 ปี ผ่านทั้งวิกฤตเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายพลังงานมาหลายรอบ และยังคงเติบโตต่อเนื่อง ปัจจุบันเป็นเจ้าของและผู้พัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 10,000 แห่งทั้งในไทย ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขทางการตลาด แต่หมายถึงประสบการณ์จริงที่สะสมมาจากการแก้ปัญหาทุกรูปแบบในทุกสภาพแวดล้อม

สิ่งที่ยืนยันความมั่นคงด้านแหล่งเงินทุนของ CHOW ENERGY ได้ชัดเจนที่สุดคือการที่ BlackRock's Climate Finance Partnership (CFP) กองทุนบริหารสินทรัพย์ระดับโลกได้เลือก CHOW ENERGY  เป็นพาร์ทเนอร์ร่วมลงทุนในธุรกิจพลังงานในประเทศไทยโดยตรง การที่กองทุนระดับโลกเชื่อใจและเข้ามาร่วมทุนหมายความว่าเงินทุนของโครงการไม่มีวันขาด และสัญญาทุกฉบับที่ทำไว้จะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญาโดยไม่มีข้อกังวลด้านสภาพคล่อง

สำหรับธุรกิจที่กำลังจะเซ็นสัญญา Private PPA ยาว 20 ปี การเลือกพาร์ทเนอร์ที่มีตัวเลขโครงการ 10,000 แห่ง ทั้งในไทย ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย และประสบการณ์มากกว่า 15 ปี และนักลงทุนระดับ BlackRock หนุนหลัง คือความปลอดภัยที่ซื้อไม่ได้ด้วยราคา

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ Private PPA และ PPA

 

PPA มีกี่ประเภท และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Utility PPA และ Private PPA

สำหรับ Private PPA จะเป็นรูปแบบสัญญาระหว่างผู้พัฒนาโครงการกับภาคธุรกิจ โดยทั่วไปมักมีระยะเวลาสัญญาประมาณ 10–20 ปี ขึ้นอยู่กับขนาดโครงการและลักษณะการใช้พลังงานของแต่ละองค์กร เพื่อช่วยบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว

 


 

หากต้องย้ายโรงงานหรือรีโนเวตอาคารระหว่างสัญญา ต้องทำอย่างไร?

ในกรณีที่มีการย้ายพื้นที่ดำเนินธุรกิจหรือปรับปรุงอาคาร CHOW ENERGY  จะร่วมประเมินแนวทางการปรับปรุง ย้าย หรือออกแบบระบบใหม่ตามความเหมาะสมของโครงการและเงื่อนไขสัญญา เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานน้อยที่สุด

 


 

PPA และ EPC ต่างกันอย่างไร?

Private PPA เป็นรูปแบบที่ผู้ให้บริการเป็นผู้ลงทุนและดูแลระบบผลิตไฟฟ้า ขณะที่ EPC เป็นรูปแบบที่องค์กรลงทุนและถือครองระบบเองตั้งแต่ต้น ซึ่งทั้งสองรูปแบบมีแนวทางด้านการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และการบริหารต้นทุนที่แตกต่างกัน

 


 

การติดตั้งแบบ Private PPA ต้องดำเนินการขออนุญาตเองหรือไม่?

CHOW ENERGY  เป็นผู้ดูแลและประสานงานขั้นตอนหลักในการดำเนินการขออนุญาตที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ตั้งแต่การสำรวจ ออกแบบระบบ ไปจนถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยลดภาระในการดำเนินงานขององค์กร

 

สรุปบทความ Private PPA คือทางเลือกที่ใช่ ในวันที่ต้นทุนพลังงานพุ่งสูง

ในวันที่ค่าไฟฟ้าไม่เคยหยุดขึ้น และการแข่งขันทางธุรกิจไม่เคยลดความเข้มข้นลง Private PPA คือเครื่องมือที่เปลี่ยนค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่าง "ค่าไฟ" ให้กลายเป็นต้นทุนที่ควบคุมได้ โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงใด ๆ เพิ่มเติม

ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตขนาดกลาง คลังสินค้าขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า หรือนิคมอุตสาหกรรม หากธุรกิจของคุณใช้ไฟฟ้าในปริมาณมากช่วงกลางวัน และมีพื้นที่ที่สามารถติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ได้ Private PPA กับ CHOW ENERGY  คือคำตอบที่ไม่ต้องคิดนาน

สนใจให้ทีมวิศวกร CHOW ENERGY  เข้าสำรวจหน้างานและประเมินศักยภาพพลังงานของธุรกิจคุณฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด ติดต่อเราได้ที่

ที่อยู่: 2525 อาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ 2 ชั้น 10 ยูนิต 2/1007-1008 ถนนพระราม 4 คลองเตย กรุงเทพฯ 10110

Email: : info@chowenergy.co.th

เบอร์: (66) 02 033 0910-14

ไลน์: LINE

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

พูดคุยผ่าน Facebook พูดคุยผ่าน Line